ประเด็นประชากรที่น่าสนใจ

ผู้สูงอายุและความยากจน

มนสิการ กาญจนะจิตรา This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

สัดส่วนประชากรสูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศทั่วโลก การเกิดที่ลดลงประกอบกับอายุที่ยืนยาวขึ้น ส่งผลให้หลายประเทศเข้าสู่การเป็นสังคมสูงอายุ ประเด็นท้าทายสำคัญ คือ การดูแลประชากรสูงอายุเหล่านี้ให้มีความเป็นอยู่ที่ดี โดยเฉพาะในเรื่องรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ

ประชากรสูงอายุมีความเปราะบางด้านรายได้มากกว่าประชากรในกลุ่มอายุอื่น เนื่องจากโอกาสและความสามารถในการทำงานโดยทั่วไปลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น เมื่อรายได้จากการทำงานลดลง ผู้สูงอายุจำเป็นต้องพึ่งพารายได้จากแหล่งอื่น เช่น เงินช่วยเหลือจากรัฐ เงินออมส่วนตัว หรือลูกหลาน ดังนั้น สถานะทางเศรษฐกิจของผู้สูงอายุ จึงขึ้นอยู่กับรายได้จากแหล่งเหล่านี้

ผู้สูงอายุในประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) โดยมากมีแหล่งรายได้หลักจากรัฐ เนื่องจากประเทศเหล่านี้รัฐมักมีระบบสวัสดิการที่ครอบคลุมผู้สูงอายุในประเทศค่อนข้างดี จึงจะเห็นว่าหลายประเทศผู้สูงอายุไม่ได้มีความเปราะบางด้านรายได้เมื่อเปรียบเทียบกับประชากรโดยรวม จากกราฟที่แสดงให้เห็นถึงสัดส่วนผู้สูงอายุที่ยากจน(ความยากจนในที่นี้ หมายถึง การมีรายได้ต่ำ.กว่าร้อยละ25 ของรายได้ครัวเรือนของประเทศ) ประเทศเดนมาร์ก ฝรั่งเศส นอร์เวย์ ฟินแลนด์ แคนาดา อิตาลี และเยอรมัน สัดส่วนผู้สูงอายุที่ยากจนไม่ได้มีมากไปกว่าสัดส่วนของประชากรโดยรวมของประเทศ หมายความว่า ในประเทศเหล่านี้การเป็นผู้สูงอายุไม่ได้มีความเสี่ยงต่อความยากจนมากขึ้น ซึ่งเมื่อลองดูรายละเอียดของประเทศเหล่านี้ จะพบว่าระบบสวัสดิการรัฐสำหรับผู้สูงอายุให้สิทธิประโยชน์ที่สูง เช่น ในฝรั่งเศสพบว่ารายได้ของผู้สูงอายุถึงร้อยละ 85 มาจากรัฐ ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศสมาชิกของ OECD ที่ร้อยละ 61

การที่รัฐให้สวัสดิการรายได้ผู้สูงอายุในระดับที่สูงย่อมส่งผลดีต่อผู้สูงอายุ ทำให้ผู้สูงอายุมีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย แต่ในขณะเดียวกัน นั่นหมายถึงภาระที่สูงของรัฐในการจัดสวัสดิการให้กับผู้สูงอายุเหล่านั้น ในประเทศฝรั่งเศส ค่าใช้จ่ายสำหรับบำนาญผู้สูงอายุสูงถึงร้อยละ 13.8 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (ค่าเฉลี่ยประเทศสมาชิกของ OECD อยู่ที่ร้อยละ 8.2) ตรงนี้ถือเป็นข้อน่าวิตกสำหรับความยั่งยืนของระบบสวัสดิการดังกล่าว ว่าจะสามารถจัดหารายได้อย่างไรและจากแหล่งใดให้เพียงพอต่อการดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี

อย่างไรก็ตาม มีหลายประเทศในกลุ่ม OECD ที่ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อความยากจนมากกว่ากลุ่มประชากรโดยรวม เช่น สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ที่สัดส่วนผู้สูงอายุยากจนสูงกว่าประชากรโดยรวมมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกาหลีใต้ ที่สัดส่วนผู้สูงอายุยากจนมีสูงเกือบครึ่ง เปรียบเทียบกับร้อยละ 13.8 ของประชากรโดยรวมเกาหลีใต้ปัจจุบันนี้มีค่าใช้จ่ายสำหรับบำนาญผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 2.6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ OECD อื่นๆ อยู่มาก จึงอาจเป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่าสวัสดิการจากรัฐของเกาหลีใต้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพของผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุชาวเกาหลีใต้ไม่มีแหล่งรายได้อื่นๆ เช่น เงินออม หรือ ลูกหลาน ที่จะมาช่วยได้ จึงพบว่าสัดส่วนผู้สูงอายุเกาหลีใต้ที่ยังทำงานอยู่มีสูงมาก โดยหลายคนเลือกทำงานเล็กๆ น้อยๆ ให้พอมีรายได้ประทังชีพ

สำหรับประเทศไทย รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2559 โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล แสดงให้เห็นว่า ถึงแม้สัดส่วนผู้สูงอายุที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นยากจนมีแนวโน้มลดลง จากเกือบครึ่งในปี 2545 ลดเหลือร้อยละ 34.3 ในปี 2558 หรือราว 1 ใน 3 แต่สัดส่วนนี้ยังคงถือว่าสูงอยู่ โดยเฉพาะหากเปรียบเทียบกับสัดส่วนของประชากรทั้งประเทศที่ยากจนราวร้อยละ 7 ผู้สูงอายุไทยจึงยังถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบาง นอกจากนี้ ประเด็นท้าทายสำคัญสำหรับประเทศไทย คือบทบาทของลูกหลานในการจุนเจือรายได้ผู้สูงอายุเริ่มลดลง จากปี 2550 ที่ผู้สูงอายุราวครึ่งหนึ่ง ที่มีบุตรเป็นแหล่งรายได้หลัก ทุกวันนี้ลดลงเหลือเพียงราว 1 ใน 3 ยิ่งทุกวันนี้คนเลือกที่จะมีลูกน้อยลง เมื่อคนเหล่านี้กลายเป็นผู้สูงอายุ รัฐจำเป็นต้องหาแนวทางเพื่อดูแลความเป็นอยู่ที่ดีของผู้สูงอายุไทยต่อไปในอนาคต

 

 

ข้อมูลจาก: องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD)

Since 25 December 2012