ประเด็นทางประชากรและสังคม

ตลาดกับเมือง

กาญจนา ตั้งชลทิพย์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

แม้วันนี้ข่าวคราวเรื่อง ป้าทุบรถ ค่อยๆ ลดความร้อนแรงลงแล้วในกระแสสื่อมวลชนและสื่อโซเชียล แต่ควันหลง (ที่ไม่อยากให้เป็นแค่ควันหลงที่จางหายไปอย่างรวดเร็ว) ที่สะกิดให้สังคมคนเมืองได้ช่วยกันคิดและจัดการกันต่อเพื่อให้ทุกคนอยู่กันได้อย่างสมดุล คือ ประเด็นเรื่อง “ตลาดกับเมือง”

ตลาด คือ สัญลักษณ์ของความเป็นเมือง เป็นสัญลักษณ์ของวิถีชุมชน1 นับแต่อดีตจนปัจจุบัน ตลาดอยู่คู่กับเมืองและความเป็นเมืองมาโดยตลอด ตัวชี้วัดหนึ่งที่สะท้อนถึงความเป็นเมือง คือ การมีตลาด2

แม้ระยะเวลาเปลี่ยนแปลงไป แต่บทบาทหน้าที่ของตลาดยังคงเดิม ตลาดเป็นแหล่งซื้อขายสินค้า เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของชุมชน ตลาดยังเป็นแหล่งที่คนในชุมชนมีโอกาสพบปะพูดจาปราศรัย แลกเปลี่ยน และรับรู้ข่าวคราวของคนในชุมชน นอกจากบทบาทด้านเศรษฐกิจ ตลาดจึงมีบทบาทด้านสังคมอีกด้วย

ในอดีต ตลาดเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนสินค้าเป็นส่วนใหญ่ เพราะทุกครัวเรือนมีการผลิตอาหารและเครื่องใช้ไม้สอยที่จำเป็นบางอย่างได้เอง จะมีการซื้อขายเฉพาะสินค้าที่ไม่สามารถผลิตได้ ตลาดจึงเป็นแหล่งค้าขายหรือผลิตสินค้าโดยเฉพาะ เช่น ตะกั่ว เหล็ก หรือเป็นแหล่งช่างฝีมือ เช่น บ้านช่างเงิน บ้านช่างเหล็ก

ในอดีต ตลาดมีทั้งตลาดน้ำ. และตลาดบก ตลาดน้ำเกิดขึ้นตามลักษณะการคมนาคมที่ใช้คลองหรือแม่น้ำเป็นหลัก สินค้าถูกจัดวางไว้ในเรือ และพายไปขายตามบ้านเรือนที่อยู่ตามริมน้ำ หรือจัดวางสินค้าไว้หน้าบ้านและมีคนพายเรือมาซื้อ ส่วนตลาดบกตั้งขึ้นในเขตชุมชน เช่น ลานวัด ลานหมู่บ้าน

วันนี้ ตลาดมีหน้าตาหลากหลายมากขึ้น แม้ยังคงมีตลาดสด หรือตลาดน้ำ. (ที่ยุคนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวมากกว่าแหล่งซื้อขายสินค้าตามบทบาทหน้าที่ดั้งเดิม) แต่มีตลาดรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้น เช่น ตลาดในห้างสรรพสินค้า หรือที่เรียกว่าซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่กำลังมาแรงและผุดเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คือ ตลาดนัด ที่คนชั้นกลาง และคนหาเช้ากินค่ำ จับจ่ายซื้ออาหารและของใช้ ภาพความคึกคักของทั้งรถเก๋ง รถมอเตอร์ไซค์ รถกระบะ ที่รับ-ส่งคนทำงานมาแวะซื้ออาหารตามตลาดก่อนกลับเข้าบ้าน ทั้งตลาดนัดที่เป็นตลาดแบบชั่วคราว และตลาดสดที่ตั้งแบบถาวร สะท้อนความนิยมของผู้คนที่มีต่อ “ตลาด” ได้เป็นอย่างดี

 

 

ภาพจาก http://www.1morenews.com/6047.html

รายงานเรื่อง “ตลาดในกรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ. 2557-2558”3 ระบุว่า กรุงเทพมหานครในปี 2558 มีตลาดที่สร้างขึ้นโดยมีการขออนุญาตจัดตั้งอย่างถูกต้องทั้งหมด 364 แห่ง

ประเด็นคือ กรุงเทพมหานครยังมีตลาดที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกกฎหมายเกิดขึ้นตามชุมชนต่างๆ อีกจำนวนไม่น้อย

ตลาดดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของคนที่ต้องการข้าวปลาอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ที่จำ.เป็น เริ่มต้นอาจมีเพียงร้านค้าไม่กี่ร้าน และเป็นการตั้งชั่วคราว แต่เมื่อพบว่า ขายได้ ขายดี ทำ.ให้มีร้านมาตั้งเพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็นตลาดแบบไม่เป็นทางการ เมื่อตลาดเป็นที่รู้จัก จากที่มีเพียงลูกค้าในละแวกนั้น ก็จะมีคนในละแวกอื่นมาจับจ่ายซื้อของด้วย ตลาดชั่วคราวจึงกลายเป็นตลาดถาวรไปโดยปริยาย การเกิดขึ้นของตลาดโดยไม่มีการวางแผน จึงมักขาดระบบการจัดการที่ดี แม้จะสนองตอบความต้องการของผู้คน แต่ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ทั้งปัญหาสุขอนามัย สุขาภิบาล การจราจร ฯลฯ

ตลาดข้างบ้านของป้าทุบรถ ก็คงเริ่มต้นในลักษณะนี้ จากพื้นที่เดิมที่จัดสรรเพื่อเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัย และเคยเป็นพื้นที่ๆ อยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางของเมือง ตามลักษณะของหมู่บ้านจัดสรรในระยะเริ่มแรกซึ่งมักสร้างในพื้นที่ชานเมือง อาจด้วยราคาที่ดินที่ไม่แพงนัก จึงได้บ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่ใช้สอยและบริเวณ หรืออาจด้วยความต้องการหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองของคนชั้นกลาง และชั้นสูง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเป็นเมืองได้ขยายรุกล้ำ.เข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว มีคนมาอยู่มากขึ้นทั้งจากการเพิ่มขึ้นของที่อยู่อาศัย ตลอดจนร้านค้า โรงงาน สถานบริการต่างๆ ตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น

พื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นชานเมือง มีผู้คนเบาบาง วันนี้กลับกลายเป็นที่อยู่ของคนมากหน้าหลายตาและหนาแน่น ความต้องการใช้ประโยชน์จากพื้นที่เพื่อกิจกรรมที่ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจมากกว่าการอยู่อาศัยก็เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเกิดขึ้นของตลาดในที่ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัย ปะทุเป็นความขัดแย้งของผู้คนที่ต่างมีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่ร่วมกัน เป็นภาพสะท้อนถึงความต้องการและการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างเห็นได้ชัด

การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในพื้นที่เมือง การรุกขยายขอบเขตของพื้นที่เมืองไปยังที่เคยเป็นชานเมือง หรือแม้แต่ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเรียกว่าชนบท ได้ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยทั้งที่อยู่เดิม และผู้ที่เข้ามาใหม่ การขาดการควบคุมอย่างเคร่งครัด และไม่มีระบบการจัดการที่ดี ก่อให้เกิดปัญหาแก่ผู้ที่อยู่อาศัยที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง

วันนี้ เราจึงไม่อาจปล่อยให้เมืองเติบโตอย่างไร้ทิศทางได้อีกต่อไป

 


1Max Weber (2407-2463)  เคยกล่าวว่า เมืองนั้นต้องประกอบด้วยตลาด ตลาด คือสัญลักษณ์ของความเป็นเมือง เป็นสัญลักษณ์ของวิถีชุมชน

2องค์ประกอบของ “เมือง” นอกจากจำนวนคน หรือความหนาแน่นแล้ว บางครั้งยังกำหนดการมีลักษณะของความเป็นเมือง เช่น ระบบสาธารณูปโภค ระบบการคมนาคม ที่รวมถึงการมีตลาดด้วย

3กองนโยบายและแผนงาน สำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร. 2560. รายงานการศึกษา: ตลาดในกรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ. 2557-2558.

 

Since 25 December 2012