รางวัลอีกโนเบล

ช้าง

วรชัย ทองไทย This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ช้างเป็นสัตว์บกที่ใหญ่และมีน้ำหนักมากที่สุดในโลก ถึงแม้ช้างจะตัวใหญ่และแข็งแรง แต่ก็เป็นสัตว์ที่นุ่มนวล ฉลาดและจงรักภักดี ช้างจึงไม่ค่อยจะต่อสู้กัน แม้ในเวลาที่ต้องป้องกันตัว ช้างจะวิ่งเข้าใส่ศัตรูแต่จะหันหลังกลับในวินาทีสุดท้าย เพราะช้างตัวใหญ่และอยู่ร่วมกันเป็นโขลง ช้างส่วนใหญ่จึงมีชีวิตอยู่จนสิ้นอายุขัย (ราว 60–70 ปี) โดยไม่ถูกสัตว์อื่นจับกินเป็นอาหาร

อย่างไรก็ตาม ช้างกลับถูกมนุษย์ฆ่าเพื่อเอางา จนใกล้สูญพันธุ์ ทำให้ต้องอยู่ในบัญชีสัตว์คุ้มครองของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature and Natural Resources: IUCN) และเมื่อ พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989) เกือบทุกประเทศในโลกได้ตกลงร่วมกันที่จะไม่ค้าขายงาช้าง

แต่ก่อนช้างมีหลายชนิดกระจายกันอยู่ทั่วโลก ยกเว้นในทวีปออสเตรเลีย ปัจจุบันช้างเหลืออยู่ 2 ชนิดคือ ช้างแอฟริกาและช้างเอเชีย (หรือช้างอินเดีย) ช้างแอฟริกาตัวใหญ่กว่าช้างเอเชีย และมีข้อแตกต่างกันคือ หลังของช้างแอฟริกาจะเว้าลงตรงกลาง ส่วนหลังของช้างเอเชียจะนูนขึ้น หัวช้างแอฟริกามีโหนกเดียว แต่หัวช้างเอเชียมี 2 โหนก สำหรับความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ หูของช้างแอฟริกาจะใหญ่กว่า และมีรูปร่างคล้ายทวีปแอฟริกา ส่วนหูของช้างเอเชียจะเล็ก และมีรูปร่างคล้ายประเทศอินเดีย (ดังรูป)

ช้างแอฟริกา

 

ช้างเอเชีย

ช้างเป็นสัตว์กินพืช อาหารของช้างได้แก่ หญ้า ใบไม้ กิ่งไม้ เปลือกไม้ หน่อไม้ รากไม้ ดอกไม้ และผลไม้ เพราะขนาดที่ใหญ่โต ทำให้ช้างต้องกินอาหารทั้งกลางวันและกลางคืน โดยแต่ละวันอาจกินมากถึง 200 กิโลกรัม

ช้างมีฟัน 6 ชุด ชุดละ 4 ซี่ โดยฟันชุดใหม่จะเกิดขึ้นแทนที่ชุดเก่า ที่กร่อนลงจากการเคี้ยว ช้างจะมีฟันชุดสุดท้ายเมื่ออายุ ราว 40 ปี เมื่อฟันกร่อนจนถึงราก ช้างก็ไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ และจะตายจากการขาดอาหาร

งาช้างก็คือ ฟันบนที่ยื่นออกมา ช้างแอฟริกาทั้งตัวผู้และตัวเมียจะมีงา แต่ช้างเอเชียจะมีงาเฉพาะตัวผู้เท่านั้น ส่วนตัวเมียจะมีงาเล็กมากหรือไม่มีเลย ช้างใช้งาเพื่อป้องกันตนเอง และหาอาหาร ได้แก่ ขุดหาน้ำ เกลือ รากไม้ หรือใช้ขูดเปลือกไม้ออกจากต้นไม้

งวงช้างเป็นทั้งริมฝีปากบนและจมูก แต่ยังทำหน้าที่เหมือนแขนและมือด้วย ช้างใช้งวงเพื่อหายใจ ดมกลิ่นด้วยการโบกงวงไปมาในอากาศ ช้างสามารถได้กลิ่นมนุษย์ไกลถึง 1.6 กิโลเมตร นอกจากนั้นใช้งวงส่งเสียง ดื่มน้ำ อาบน้ำ จับอาหารใส่ปาก ยกสิ่งของ ปัดแมลง และใช้ทักทายช้างตัวอื่น งวงช้างไม่มีกระดูก แต่มีกล้ามเนื้อและเอ็นมากกว่า 100,000 หน่วย จึงแข็งแรงมาก ถึงขนาดสามารถถอนต้นไม้ได้ทั้งต้น ในขณะเดียวกันก็ยืดหยุ่นจนสามารถใช้ทำงานที่ละเอียดอ่อน เช่น หยิบยอดหญ้า หรือเก็บเหรียญขนาดเล็ก เป็นต้น

ช้างมีสายตาสั้น มองเห็นได้ไม่ไกลและไม่สามารถมองไปข้างหลังได้ ทำให้ต้องอาศัยประสาทส่วนอื่น ได้แก่ กลิ่น เสียง และสัมผัส

หูที่มีขนาดใหญ่ของช้างทำ.ให้มีความไวต่อเสียง นอกจากนี้ หูยังทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายอีกด้วย โดยหลังใบหูจะมีเส้นเลือดขนาดเล็กหลายพันเส้น เพื่อทำหน้าที่ระบายความร้อน ช้างจะโบกหูไปมาเพื่อช่วยให้ร่างกายเย็นลง

ช้างสัมผัสด้วยปลายงวงซึ่งมีปุ่มยื่นออกมาเหมือนนิ้ว โดยช้างแอฟริกามี 2 นิ้ว แต่ช้างเอเชียมีเพียงนิ้วเดียว ประสาทที่ปลายงวงมีความไวเป็นพิเศษ ทำให้ช้างรู้รูปร่าง ขนาด ลักษณะพื้นผิว และอุณหภูมิของวัตถุที่สัมผัสได้

ช้างตัวเมียและลูกช้างจะอยู่รวมกันเป็นโขลง มีตั้งแต่ 8 ถึง 100 ตัว หัวหน้าโขลงเป็นช้างตัวเมียที่มีอายุมากที่สุด ซึ่งจะเป็นผู้ตัดสินใจในการเดินทาง เพื่อแสวงหาอาหารและน้ำ โดยอาศัยความรู้ที่ได้สะสมมาตลอดชีวิต ก่อนที่หัวหน้าโขลงจะเสียชีวิตความรู้ทั้งหมดนี้ ก็จะถูกถ่ายทอดให้กับช้างตัวเมียที่มีอายุถัดไป

ช้างตัวผู้ส่วนใหญ่จะอยู่ตามลำพัง หรือไม่ก็อยู่เป็นกลุ่มกับช้างตัวผู้ด้วยกัน โดยช้างตัวผู้กับช้างตัวเมียจะมาพบกันเพื่อผสมพันธุ์เท่านั้น ช้างตัวเมียจะตกลูกครั้งละ 1 ตัว ทุกๆ 4–5 ปี และจะใช้เวลาตั้งครรภ์นานถึง 22 เดือน

ลูกช้างจะดูดนมแม่ด้วยปากจนถึงอายุ 6 ปี แต่เริ่มกินอาหารอื่นเมื่ออายุ 6 เดือน ลูกช้างตัวผู้จะอยู่กับแม่จนถึงอายุ 10 ปี และจะอยู่ในโขลงจนถึงอายุ 12–14 ปี จึงออกไปจากโขลง ในขณะที่ลูกช้างตัวเมียจะอยู่กับแม่นานกว่านั้น โดยในระหว่างนี้ก็จะช่วยดูแลลูกช้างที่เล็กกว่าด้วย และจะอยู่ในโขลงตลอดชีวิต

ช้างถูกมนุษย์ใช้งานมาตั้งแต่ก่อนสมัยพุทธกาล ส่วนใหญ่ถูกจับมาจากป่าเมื่อมีอายุระหว่าง 10–20 ปี มนุษย์ได้ใช้ช้างในการสงคราม ชักลาก จัดแสดงในสวนสัตว์ และแสดงละครสัตว์ ปัจจุบันช้างถูกใช้ในกิจการท่องเที่ยวอีกด้วย

เมื่อ พ.ศ. 2545 รางวัลอีกโนเบล สาขาคณิตศาสตร์ ได้มอบให้แก่นักวิจัยชาวอินเดีย 2 คน (K.P. Sreekumar และ G. Nirmalan) ที่ได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยเรื่อง การคาดประมาณเนื้อที่ทั้งหมดของหนังช้างอินเดีย

รางวัลอีกโนเบล: รางวัลที่ทำให้ขำ แล้วจึงได้คิด

Since 25 December 2012